Saturday, 28 September 2013

บทประพันธ์ที่ถูกนำมาฉายซ้ำๆ เสนอเรื่อง บ้านทรายทอง





เรื่อง บ้านทรายทอง
บทประพันธ์ ก.สุรางคนางค์
เรื่องย่อ
    พจมาน เด็กสาวผู้มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีและชาติกำเนิดของตน แม้จะเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดาก็ตาม เธอจำเป็นต้องจากบ้านสวนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนหนังสือต่อ ตามความประสงค์ของบิดาที่เขียนสั่งไว้ก่อนเสียชีวิต ให้พจมานไปอาศัยอยู่กับครอบครัวหม่อมพรรณราย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของพ่อที่บ้านทรายทอง เธอถูกกลั่นแกล้งตั้งแต่เข้ามาอยู่ โดยมีหม่อมแม่และคุณหญิงเล็กน้องสาวของชายกลาง รวมถึงคนรับใช้ทุกคนในบ้านคอยแกล้งเธอ ชายกลางสงสาร และให้คุณหญิงใหญ่พี่สาวคนโตคอยช่วยเหลือ และพจมานก็คอยดูแลเอาใจใส่น้องชายคนเล็กของชายกลางที่เป็นง่อย เธอแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้มแข็งอดทนมีจิตใจที่ดีงาม จนสามารถเอาชนะใจของชายกลาง และอีกหลายๆ คน จนเป็นผลสำเร็จ จนทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในที่สุด
        พจมาน แต่งงานกับชายกลาง ที่บ้านทรายทอง หม่อมพรรณรายมางานอย่างเสียมิได้ น้องสาวของพจมาน พจนีย์ก็มาเรียกร้องสิทธิ์จะอาศัยอยู่ด้วย เมื่อทั้งสองกลับจากฮันนีมูน ก็พบกับปัญหาต่าง ๆ นานา ทั้งไสวแม่บ้านและพจนีย์กับเด็กบุญเรือน ที่มักจะนำเรื่องภายในบ้านไปกระจายข่าว ทำให้เกิดเรื่องขัดแย้งกันเสมอ สามีเก่าของพจนีย์ก็มาขอเงินไปรักษาตัว จนไสวเอาไปรายงานหม่อมพรรณราย ทั้งพจนีย์และคนอื่น ๆ ก็กล่าวหาพจมานในทางเสื่อมเสีย หญิงเล็กก็แต่งงานกับนายบุญเติมเศรษฐีซึ่งมีประวัติไม่ดีนัก เมื่อน้องชายป่วยและเสียชีวิตในที่สุด พจมานเสียใจมากและเหน็ดเหนื่อยกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน จึงขอไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัดสักระยะ จนพจนีย์ไปพบจดหมายของสามีตนจึงเข้าใจพี่สาวและประกาศให้ทุกคนรู้ หม่อมพรรณรายเมื่อสูญเสียชายน้อย และรู้ว่ากำลังจะมีหลาน ก็ลดทิฏฐิลงหญิงใหญ่บอกชายกลางว่าเขากำลังจะมีลูก ชายกลางดีใจมาก รีบไปรับพจมานและบอกพจมานว่าความดีที่เพียรพยายามทำนั้น ในที่สุดทุกคนก็ยอมรับพจมานจึงกลับสู่บ้านทรายทอง และพบกับความเข้าใจของทุกคน
ปีที่นำมาฉายซ้ำ
·         พ.ศ. 2499 - ภาพยนตร์ฟิล์ม 16 มม. โดย เสรีภาพยนตร์ นำแสดงโดย ชนะ ศรีอุบลเรวดี ศิริวิไลลือชัย นฤนาทสมพงษ์ พงษ์มิตร
·         พ.ศ. 2513 - ละครโทรทัศน์ ช่อง 4 บางขุนพรหม นำแสดงโดย อรัญญา นามวงศ์ฉลอง สิมะเสถียรกัณฑรีย์ น. สิมะเสถียร
·         พ.ศ. 2557 - ละครโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กำลังวางตัวนักแสดง
ปี พ.ศ. 2499
          

                                            http://www.baanpud.net/forum/viewtopic.php?f=28&t=1082

ความคิดเห็นของผู้นำเสนอ bolg
              เป็นละครที่นำมาฉายเรื่องราวซ้ำๆหลายๆรอบและไม่มีการเปลี่ยนแปลงบทละคร เอฟเฟคและมีการแต่งเติมเนื้อหาเล็กๆน้อยเพื่อดึงดูดคนดูให้มีคนชมมากขึ้น 
อ่างอิงมาจาก
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87


Thursday, 29 August 2013

นิเทศศาสตร์ยุคดิจิตอล

         ในโลกของความเปลี่ยนแปลงและโลกดิจิตอลในปัจจุบันนี้ การสื่อสารการตลาดได้ปรับเปลี่ยนไปมาก บรรดาผู้ใช้บัณฑิตสาขานิเทศศาสตร์ได้เปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของบัณฑิตระดับอุดมศึกษาหลายด้าน  เนื่องจากกระแสเทคโนโลยีสารสนเทศได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารของประชาชนปัจจุบันอย่างรวดเร็วจนทำผู้ใช้บัณฑิตสาขานิเทศศาสตร์จำเป็นต้องพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระและรูปแบบของการสื่อสาร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการดำเนินงานธุรกิจขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อเรื่อง "ทิศทางนิเทศศาสตร์ในยุคดิจิตอล"
Communication Arts Beyond Digital Era    ซึ่งจัดโดย คณะอนุกรรมการสาขานิเทศศาสตร์ ของสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแหงประเทศไทย  ซึ่งผู้เขียนเองได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในวิทยากร จึงอยากนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง
หลักสูตรนิเทศศาสตร์ของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็น ต้นแบบ” (Blueprint) ที่สำคัญยิ่งต่อการผลิตบัณฑิตนิเทศศาสตร์ตามคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของผู้ใช้บัณฑิตหรือบรรดาบริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทโฆษณา บริษัทมีเดียเอเจนซี่ สถานีโทรทัศน์ต่างๆ ผู้ผลิตรายการ ตลอดจนสื่อสารมวลชนที่อยู่ในอาชีพนิเทศศาสตร์  โดยสถาบันอุดมศึกษามีภารกิจหลักในการวางแผนกระบวนการพัฒนาและบริหารหลักสูตรให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต ผู้เรียนและสังคมในความเห็นของผม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิชานิเทศศาสตร์ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการวางแผนการพัฒนาและบริหารหลักสูตรที่ตอบสนองผู้ใช้บัณฑิตเป็นหลัก  เวทีสัมมนาครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นของผู้ใช้บัณฑิตในสาขานิเทศศาสตร์จากสถานประกอบการต่าง ๆ นักวิชาการ ศิษย์เก่า นักศึกษาปัจจุบัน ต่อแนวโน้มและทิศทางการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรในอนาคตในยุค Digital Era ด้วย

ผมว่าในโลกดิจิตอลนิเทศศาสตร์ยั่งเราควรมีการพัฒนามากขึ้นเพื่อรองรับยุคดิจิตอลต่อไปครับ
                                                                     

Sunday, 21 July 2013

แท่นพิมพ์ Gutenberg



                                                                             

                                                                                โยฮันเนส


     เหตุที่กูเตนเบิร์กได้ชื่อว่า เป็นบิดาแห่งการพิมพ์ก็เนื่องมาจากเขาเกิดในดินแดนยุโรปที่มีตัวอักษรแค่ 26ตัว และปัญญาชนของโลกใช้วิทยาการนี้เผยแพร่ความคิด เขาจึงได้ชื่อว่าผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ เพราะวิทยาการของเขาส่งผลต่อวิทยาการแขนงต่างๆของโลกสืบมา
โยฮันเนส เจนส์ไฟลช์ ลาเดน ซูม กูเตนเบิร์ก (Johannes Gensfleisch zur Laden Zum Gutenberg) เกิดราวปี ค.ศ. 1398 ที่เมืองไมนซ์(Mainz) ประเทศเยอรมนี บิดาเป็นขุนนางขั้นสูงชั้นสูง ชื่อ ไฟร์ล เจนส์ไฟร์ล ซูร์ ลาเดน (FFriele Gensfleisch Zur Laden) ส่วนมารดาชื่อ เอลซ์ ไวริช (Else Wyrich)
ในวัยเด็ก กูเตนเบิร์กติดตามบิดาไปโบสถ์เพื่อดูการพิมพ์ภาพ และเห็นว่าการแกะสลักบล็อกไม้เป็นเรื่องยากส่งผลให้หนังสือมีราคาแพงและไม่ค่อยแพร่หลาย เขาจึงใฝ่ฝันอยากสร้างเครื่องที่สามารถพิมพ์หนังสือได้รวดเร็วนับแต่นั้นมา
ราว ค.ศ. 1411 ประเทศเยอรมนีเกิดเหตุจลาจล บ้านเรือนกว่าร้อยหลังคาเรือนถูกยึด กูเตนเบิร์กพลัดถิ่นไปอยู่ที่เมืองอัลทา (Alta Villa) เข้าเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเออเฟิร์ต (The University of Erfurt) ดังที่มีชื่อปรากฏในบันทึกของมหาวิทยาลัยเมื่อปี ค.ศ. 1419 ซึ่งเป็นปีเดียวกับบิดาของเขาเสียชีวิต

ค.ศ. 1448 กูเตนเบิร์กเดินทางกลับเมืองไมนซ์ เพื่อยืมเงินญาติและเพื่อนมาลงทุนทำโรงพิมพ์ สุดท้ายเพื่อนชื่อโยฮันน์ ฟัสต์ (Johann Fust) ให้ยืมเงิน 800 กิลเดอร์ (Gilder)
ค.ศ. 1455 เครื่องพิมพ์กูเตนเบิร์กพิมพ์พระคัมภีร์ไบเบิลออกมาราว 800 เล่ม เป็นที่รู้จักกันในชื่อไบเบิ้ลของกูเตนเบิร์ก’ (The Gutenburg Bible) จากผลงานครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งจากสังฆราชเมืองไมนซ์ให้เป็นมหาดเล็ก และได้รับเงินบำนาญอีกด้วย
ต่อมาปี ค.ศ. 1475 วิลเลียม แคกซ์ตัน (William Caxton) ช่างพิมพ์ชาวอังกฤษ ได้พัฒนาเครื่องพิมพ์เพื่อตีพิมพ์หนังสือ Recuyell of the Histoyes of Troye นับเป็นหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกของโลก


ผลกระทบ
ในสมัยนั้นทำให้ได้รุ้เกี่ยวกับข่าวสารได้ง่ายและมีการพัฒนาต่อมาเป็นเครื่องฟรือแทนพิมพ์ที่สามารถ
พิมพ์ข่าวสารได้ทีละหลายๆแผ่น


Wednesday, 10 July 2013

ฝากรูปด้วยนะ ครับผมมือใหม่ ^^








ชีวิตเด็กปี 1
    

    ผมเคยเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๕ในตอนนั้นผมเกเรมากๆ
ทั้งติดเกมส์ ติดเพื่อน ขี้เกรียด ติดเหล้า จึงทำให้ผลการเรียนของผมในเทอม ๑ แย่มากทำให้ผม
ติด F พอผ่านมาเทอม ๒ ผมก็ยังคงเอานิสัยเดิมมาใช้คือ ติดเพื่อน ติดเกมส์ ติดเหล้า
และผลก็เกิดเกรดของผมแย่กว่าเดิมมากเทอม ๑ แค่ติดไม่กี่ตัวแต่เข้าเทอม ๒ 
ผมติดมากกว่าเดิมผมติดถึง๕ตัวทำให้ชีวิตของผมตอนนั้นตกต่ำมาก ๆ ผมเลย
ทำเรื่องลาออกก่อนที่จะโดนรีทายผมกลับมาบ้าน
พร้อมความหวังอันแสนริบหรีแต่ผมก็ได้เจอเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏเขา
บอกว่ามาเรียนด้วยกันสิเรากำลังจะรีรหัสใหม่ผมเลยเห็นแสงสว่างจากเพื่อนผม
ผมก็เลยตกลงที่จะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏโดยมีเพื่อนที่เป็นคนแนะนำผ
มมาเรียนผมและเพื่อนเลือกที่จะเรียนคณะนิเทศศาสตร์สาขาวิชาสื่อสารสื่อใหม่
พอเปิดเทอมผมก็ได้เจอเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคนและได้มีกิจกรรมสารสัมพันธ์ระหว่าพี่กับน้อง
ซึ่งเรียกง่ายๆว่า (รับน้องนั้นและ) ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบกิจกรรมมากสักเท่าไหร่นักแต่พอผม
ย้ายมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏแล้วทำไห้ผมรู้ศึกว่ากิจกรรมน้อยและทำให้ผมที่จะคิดกลับมา
ตั้งใจเรียนอีกครั้งและคณะอาจารย์ผู้สอนก็สอนรู้เรื่องสนุกและไม่ทำให้ผมเครียดผมเลยคิดว่า
ผมจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดจะไม่มีประวัติซ้ำรอยอีกเป็นครั้งที่ ๒ ผมจะคิดสะว่าครั้งที่ปีที่แล้วขอให้มันเป็นบทเรียนอันแสนเศร้าที่ผมจะไม่มีวันลืมมันและจะเก็บบทเรียนนั้นมาเตื่อนใจในยามที่ผมท้อ